ประวัติ ร.ย.ส.ท.

ร.ย.ส.ท.ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สืบเนื่องจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ได้ทรงสนับสนุนให้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีระพงศ์ ภาณุเดชภาณุพันธ์ เข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์นานาชาติในภาคพื้นยุโรป และพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีระ ฯ ได้รับความสำเร็จเป็นแชมป์เหรียญทองในการแข่งขันประจำปี ติดต่อกันสามปี (1936-1938) ในนามทีมหนูขาว (White Mouse Siam Team) จนได้รับรางวัลเจ้าดาราทอง (BRDC Road Racing “Gold Star”) พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ จึงได้ทรงมีพระดำริว่า นักแข่งในนามประเทศสยามได้ เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียง หากสมาคมของประเทศให้การรับรองเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ร่วมกับเจ้านายหลายพระองค์และข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ อาทิเช่น พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีระพงศ์ ภาณุเดชภาณุพันธ์ซึ่งเป็นนักแข่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า อาทิตย์ทิพยอาภา กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ หม่อมเจ้าสกลวรรณากรวรวรรณ พระยานฤเบศร์ และเจ้านายหลายพระองค์ จัดตั้งราชยานยนต์สมาคมแห่งสยาม (The Royal Automobile Association of Siam) วัตถุประสงค์ประการแรกเพื่อรับรองทีมนักแข่งรถของประเทศสยาม เมื่อปีพ.ศ.2476 และได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพื่อขอพระบรมราชานุญาตซึ่งพระองค์ได้มีพระมหากรุณาธิคุณอนุญาต โปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2476 และสมาคมเริ่มรับสมัครสมาชิกครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2477 ต่อมาทางรัฐบาลสมัย ฯพณฯจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2482 ทางสมาคมจึงได้ เปลี่ยนชื่อเป็น ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (The Royal Automobile Association of Thailand Under Royal Patronage)” ตั้งแต่บัดนั้นจนถึง ปัจจุบันโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการจราจร
2. เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสมาชิกในการใช้ยานยนต์
3. เพื่อร่วมมือกับทางราชการหรือ สมาคมอื่นใดทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
4. ช่วยเหลือสมาชิกและผู้ใช้ยานยนต์ที่ประสลเหตุขัดข้องเกี่ยวกับยานยนต์
5. แนะนำและส่งเสริมความรู้ทั่วไปในเรื่องยานยนต์ให้แก่สมาชิกรวมตลอดถึงการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ภูมิภาคต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ
6. การแนะนำสมาชิกทัศนาจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการท่องเที่ยวทัศนะศึกษา
7. ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างสมาชิกให้ช่วยสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในเรื่องเกี่ยวกับยานยนต์
8. เพื่อหาทางประหยัดให้แก่สมาชิกในการซื้อจัดหา และใช้ยานยนต์รวมทั้งอุปกรณ์
9. เพื่อบริการสมาชิกในกิจกรรมอื่นๆ ตามความจำเป็น
การจัดตั้งและพัฒนาสำนักงานของสมาคม
เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ และคณะได้ทรงรับพระกรุณาธิคุณ ให้จัดตั้งสมาคมในนามของประเทศสยาม และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว พระองค์ท่านได้ทรงบริจาคเงินทุนก่อตั้งให้สมาคม 1,000 บาท และพลเอกเจ้าพระยาราฆพฯ ร่วมบริจาคอีก 2,000 บาท สมาคมเริ่มรับสมัครสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2477 โดยอาศัย พื้นที่ชั้นบนอาคารศาลาเฉลิมกรุงเป็นสำนักงาน ณ ครั้งแรก และได้พัฒนามาโดยลำดับดังนี้
– สมาคมเริ่มรับสมัครสมาชิกตั้งแต่ 1 เมษายน 2477 มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้นบนของศาลาเฉลิมกรุง
– พ.ศ. 2480
ย้ายไปอยู่อาคาร 2 ใกล้สี่แยกเอสเอบี
– พ.ศ. 2482
ย้ายสำนักงานไปที่อาคาร 2 ชั้น เชิงสะพานพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
– พ.ศ. 2502
คณะกรรมการได้ทำสัญญาเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ สร้างสำนักงานของสมาคมเองที่เชิงสะพานยมราช เป็นอาคาร 3 ชั้น 2 คูหา นับเป็นครั้งแรกที่สมาคมมีสำนักงานของตนเอง
– พ.ศ.2508
คณะกรรมการบริหารได้เซ้งอาคารสำนักงานที่เชิงสะพานยมราช มาซื้อที่ดิน 400 ตารางวา บริเวณตรงข้ามอาคารเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าวในปัจจุบัน ในราคา 640,000 บาท และสร้างอาคารราคา 1 ล้านบาทเศษ (อำนวยการก่อสร้างโดยคณะกรรมการบริหารกิจการสมาคม ประจำปี พ.ศ. 2508 – 2510 ) รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านบาทเศษ นับเป็นครั้งแรกที่สมาคมมีอาคารสำนักงานและที่ดินเป็นของตัวเอง
– พ.ศ.2525
คณะกรรมการบริหารกิจการสมาคมได้พิจารณาเห็นว่าสมาคมมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ หากคนสภาพเช่นนี้จะทำให้สมาคมมีปัญหาอาจล้มละลายได้ จึงพิจารณาขายที่ดินพร้อมอาคารเป็นจำนวนเงิน 11 ล้านบาท ได้นำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อที่ดินพร้อมอาคารเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวบนเนื้อที่ 3258 ตารางวา ในราคา 4,000,000 บาท และปรับปรุงอาคารสถานที่ให้เหมาะสมเป็นอาคารสำนักงาน ณ เลขที่ 150 ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตุจตุจักร กรุงเทพมหานคร และนำเงินส่วนที่เหลือ ฝากธนาคาร ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารงานจนมีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 10 ล้านบาท
– พ.ศ.2542
คณะกรรมการบริหารกิจกรรมสมาคมพิจารณามีมติว่า อาคารสำนักงานของสมาคมเดิม ซึ่งเป็นบ้านไม้ที่ซื้อพร้อมกับที่ดินเริ่มทรุดโทรม หากต้องใช้งานต่อไปไม่คุ้มค่าและข้อสำคัญพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน จึงมีมติให้สร้างอาคารสำนักงานหลังใหม่ หลังปัจจุบัน ซึ่งมีความสง่างาม ได้ก่อสร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนที่ทันสมัย 4 ชั้น ใช้เป็นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่และกรรมการ พื้นที่ทำงานทั้งหมด 900 ตารางเมตร มีห้องประชุมกรรมการบริหาร ห้องประชุมใหญ่ และห้องจัดสัมมนารวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ เป็นเงินประมาณ 7 ล้านบาทเศษ นอกจากใช้จ่ายเงินที่สมาคมได้สะสมไว้ ยังมีอดีตนายกสมาคม กรรมการ สมาชิก และผู้ให้การสนับสนุน ร่วมบริจาค และบริจาคเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ รวมทั้งเครื่องตกแต่งสำนักงาน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท